1109163
วันนี้
เมื่อวาน
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
รวมทั้งหมด
872
1609
6027
1092752
25973
45545
1109163

Your IP : 192.168.2.69
วันที่ 19/01/2022 เวลา 14:05 น.

ข่าวสารประชาสัมพันธ์

เกร็ดความรู้คู่แรงงาน 21 โจทก์และจำเลยท้ากันในศาล หากศาลตัดสินว่าจำเลยเป็นลูกจ้างจะรับผิดชอบค่าเสียหาย หากไม่ใช่ลูกจ้าง โจทก์ต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี คำท้าดังกล่าวสามารถนำมาบังคับใช้ในชั้นศาลได้หรือไม่

Post on 27 ธันวาคม 2564
by Nakhonphanom

📚 เกร็ดความรู้คู่แรงงาน ตอนที่ 21

คู่ความตกลงท้ากันในศาลว่าหากสืบพยานบุคคลตามอ้างแล้วศาลตัดสินว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยจะยอมรับและรับผิดชอบค่าเสียหายตามฟ้อง แต่หากไม่ใช่ลูกจ้าง โจทก์ต้องยอมรับว่าเป็นฝ่ายแพ้คดี คำท้าดังกล่าวสามารถนำมาบังคับใช้ในชั้นศาลได้หรือไม่

⚖ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1965/2559
ในระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานภาค 2 คู่ความตกลงท้ากันว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่ หากสืบพยานทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้วศาลพิจารณาและตัดสินว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยแล้ว จำเลยจะยอมรับว่าเป็นฝ่ายแพ้คดีและรับผิดชอบค่าเสียหายตามที่โจทก์ฟ้องทั้งหมด แต่หากศาลตัดสินว่าโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลย โจทก์ยอมรับว่าเป็นฝ่ายแพ้คดี ซึ่งศาลแรงงานภาค 2 พิจารณาแล้วฟังได้ว่าโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลย จึงพิพากษายกฟ้อง

โจทก์จึงได้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่า คำท้าดังกล่าวเป็นการตกลงกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนฟ้องและข้อตกลงนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 138 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 เมื่อศาลแรงงานภาค 2 ได้พิจารณาพร้อมทั้งสืบพยานทั้งสองฝ่ายเสร็จแล้ววินิจฉัยพยานที่นำสืบมามีน้ำหนักมากกว่าพยานฝ่ายโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลย โจทก์จึงแพ้คดีไปตามคำท้าแล้วพิพากษายกฟ้องตามที่คู่ความตกลงกัน ดังนั้น การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานภาค 2 พิจารณาตัดสินแล้วมิได้